top of page

ข่าว

หน้าแรก    /   ข่าวสาร

การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ มีกี่ขั้นตอน? ฉบับเข้าใจง่าย

การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ ทำอย่างไร? ขั้นตอน เอกสารครบ ฉบับเข้าใจง่าย


การมีแพลอยน้ำไม่ว่าจะเพื่อใช้ส่วนตัวหรือทำธุรกิจอย่าง แพร้านอาหาร หรือ แพพัก เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอย่างยิ่งในขั้นตอน การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและบทลงโทษในภายหลัง บทความนี้ Flotilla ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแพลอยน้ำ จึงมาอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการสร้างแพลอยน้ำได้อย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย





แพลอยน้ำคืออะไร และต้องขออนุญาตไหม?

แพลอยน้ำ คือสิ่งปลูกสร้างที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ซึ่งอาจใช้เป็นที่พัก ที่อยู่อาศัย หรือเพื่อการพาณิชย์ การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ เป็นขั้นตอนสำคัญและจำเป็น เพราะเป็นการใช้พื้นที่สาธารณะ และเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย การรักษาสิ่งแวดล้อมทางน้ำ และการบริหารจัดการทรัพยากร การขออนุญาตจะยืนยันว่าการก่อสร้างและการใช้งานเป็นไปตามข้อกำหนดทางเทคนิคและข้อบังคับทางกฎหมาย


แพแบบไหนเข้าข่ายต้องขออนุญาต

แพลอยน้ำที่เข้าข่ายต้องยื่นเรื่องขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ คือสิ่งปลูกสร้างที่มีการใช้งานในลักษณะถาวรหรือกึ่งถาวร รวมถึงการสร้างเพื่อประกอบธุรกิจ เช่น แพร้านอาหาร แพพัก หรือ แพโดยสาร ซึ่งต้องดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง


แพโดยสาร แพร้านอาหาร และแพพัก แตกต่างกันอย่างไร?

แม้เป็นแพลอยน้ำเหมือนกัน แต่ความแตกต่างอยู่ที่วัตถุประสงค์และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลต่อการเตรียมเอกสารขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ ดังนี้

  • แพโดยสาร: มุ่งเน้นการขนส่งคน จึงมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของเรือโดยสารที่เข้มงวด

  • แพร้านอาหาร: ต้องขออนุญาตใช้พื้นที่น้ำเพื่อการค้า และต้องมีการจัดการเรื่องสุขอนามัยและการจัดการของเสียอย่างเหมาะสม

  • แพพัก: ต้องมีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภค เช่น การบำบัดน้ำเสีย

การทำความเข้าใจในความแตกต่างนี้จะช่วยให้การยื่นเรื่องขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ เป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว



5 ขั้นตอน การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ

การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับแพลอยน้ำทุกชนิดที่ต้องการใช้พื้นที่น้ำสาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นและลดความผิดพลาด ซึ่งขั้นตอนหลัก ๆ มีอยู่ 5 ขั้นตอน ดังนี้


ขั้นตอนที่ 1 เตรียมแบบแปลนและข้อมูลพื้นที่

ต้องเตรียมแบบแปลนแพลอยน้ำโดยละเอียด ทั้งโครงสร้าง มิติ ขนาด วัสดุที่ใช้ และระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น ทางเข้าออก อุปกรณ์ช่วยชีวิต เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่จะนำแพไปลอยด้วย เช่น ภาพถ่ายสถานที่ แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้ง และเอกสารแสดงสิทธิ์ในการใช้หรือครอบครองที่ดินริมตลิ่ง (โฉนดแสดงระยะเขตแดนของผู้ขออนุญาต)


ขั้นตอนที่ 2 ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น (อำเภอ เทศบาล หรืออบต.)

ก่อนจะยื่นเรื่องขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำอย่างเป็นทางการที่กรมเจ้าท่า (จท.) สิ่งสำคัญคือการขอความเห็นชอบเบื้องต้นจากหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ๆ ได้แก่ ที่ทำการอำเภอ เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่น้ำบริเวณนั้นโดยตรง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่อ่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อมหรือเขตควบคุมต่าง ๆ การแจ้งและขออนุญาตจากท้องถิ่นจะช่วยยืนยันว่าการตั้งแพลอยน้ำของคุณจะไม่ขัดต่อข้อบัญญัติท้องถิ่น การวางผังเมือง หรือการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำสาธารณะโดยรวม


ขั้นตอนที่ 3 ยื่นคำขอที่กรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค

เมื่อผ่านขั้นตอนการเตรียมเอกสารและการตรวจสอบเบื้องต้นจากท้องถิ่นแล้ว ให้คุณนำเอกสารขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ ทั้งหมดไปยื่นคำขอที่กรมเจ้าท่าในส่วนกลาง หรือที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ดูแลพื้นที่ที่คุณต้องการตั้งแพ โดยเอกสารที่ยื่นจะต้องประกอบด้วย

  1. แบบแปลนที่รับรองโดยวิศวกร (ตามข้อกำหนดของกรมเจ้าท่า) 

  2. หนังสือรับรองจากท้องถิ่น 

  3. เอกสารยืนยันตัวตนต่าง ๆ 

เจ้าหน้าที่จะทำการรับคำขอและตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารและแบบแปลนเบื้องต้น หากเอกสารครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาทางเทคนิคและทางกฎหมายต่อไป


ขั้นตอนที่ 4 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแพและเอกสาร

หลังจากยื่นคำขอขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งการตรวจสอบนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนว่าถูกต้องตามระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานความปลอดภัยทางโครงสร้างที่กำหนดไว้หรือไม่ 

อีกส่วนคือการลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบสภาพแพลอยน้ำที่สร้างเสร็จแล้ว หรือตรวจสอบสถานที่ตั้งของแพ เพื่อให้แน่ใจว่าการติดตั้งแพนั้นเป็นไปตามแบบแปลนที่ยื่นขอไว้ และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือ หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


ขั้นตอนที่ 5 รับใบอนุญาตใช้งานอย่างถูกต้อง

หากการตรวจสอบทั้งหมดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทั้งเอกสารและสภาพแพลอยน้ำ ก็เป็นอันว่าคุณได้รับการอนุมัติให้ใช้งานแพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ในขั้นตอนนี้คุณจะได้รับใบอนุญาต (อาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามประเภทของแพ เช่น ใบอนุญาตตั้งสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ หรือใบอนุญาตใช้เรือ) ซึ่งใบอนุญาตนี้จะมีอายุการใช้งานที่กำหนดไว้ และคุณจะต้องดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนดต่อไป



เอกสารที่ต้องใช้ใน การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมเอกสารขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่หน่วยงานราชการกำหนด ซึ่งจากประกาศกรมเจ้าท่า มีการออกรายละเอียดระบุเอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ ดังนี้





1. บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าของแพ

ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำขอหรือเจ้าของแพลอยน้ำ หากเป็นนิติบุคคล ให้แนบหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรของผู้มีอำนาจลงนาม


2. ใบอนุญาตให้ต่อแพจากเทศบาลหรืออำเภอ (ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร)

แพลอยน้ำบางประเภทที่เข้าข่ายเป็นอาคารต้องได้รับใบอนุญาตให้ทำการก่อสร้าง (ใบอนุญาตก่อสร้างแพ) จากหน่วยงานท้องถิ่น (เช่น เทศบาล/อบต.) ก่อนนำมายื่นประกอบการ ขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ ที่กรมเจ้าท่า


3. แบบแปลนหรือแบบพิมพ์เขียวที่วิศวกรรับรอง

แบบแปลนของแพลอยน้ำจำนวน 3 ชุด ซึ่งต้องแสดงรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมด (ขนาด โครงสร้าง วัสดุ) อย่างชัดเจน และต้องได้รับการรับรองความมั่นคงแข็งแรงจากวิศวกรระดับภาคีวิศวกร


4. ภาพถ่ายแพและสถานที่ตั้งแพ

ต้องแนบภาพถ่ายประกอบเพื่อยืนยันสภาพ หากแพสร้างเสร็จแล้วต้องมีภาพแพโดยรอบ หากยังไม่สร้าง ต้องแนบภาพถ่ายสถานที่ที่จะทำการติดตั้งแพลอยน้ำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่


5. หนังสือยินยอมจากเจ้าของพื้นที่ริมน้ำ (ถ้ามี)

ในกรณีที่แพลอยน้ำมีการยึดโยงหรือเชื่อมต่อกับที่ดินริมตลิ่งของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ยื่นคำขอ ต้องแนบหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดินนั้น เพื่อแสดงว่าการตั้งแพไม่กระทบต่อสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ของผู้อื่น



การต่ออายุใบอนุญาตใช้แพโดยสาร

เมื่อคุณได้รับอนุญาตให้ใช้แพโดยสารแล้ว ใบอนุญาตนั้นมีกำหนดระยะเวลาและจำเป็นต้องได้รับการต่ออายุอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การประกอบกิจการของคุณยังคงถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย


ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี ต้องต่ออายุทุกปี

โดยทั่วไปแล้ว ใบอนุญาตสำหรับแพโดยสารจะมีอายุ 1 ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตทุกปี ก่อนที่ใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุ


เอกสารที่ใช้ในการต่ออายุ (ใบอนุญาตเดิม หนังสือตรวจแพ ภาพถ่าย)

การเตรียมเอกสารขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำสำหรับการต่ออายุจะง่ายกว่าการขอใหม่มาก โดยเอกสารหลักๆ ที่ต้องเตรียมเพื่อยื่นต่ออายุ ได้แก่

  • ใบอนุญาตเดิมที่กำลังจะหมดอายุ

  • หนังสือรับรองผลการตรวจแพโดยสาร (จากช่างตรวจเรือของกรมเจ้าท่า) เพื่อยืนยันความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยล่าสุด

  • ภาพถ่ายแพโดยสารและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องล่าสุด


ขั้นตอนการยื่นต่ออายุที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค

การยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตแพโดยสารสามารถทำได้ที่กรมเจ้าท่าในส่วนกลาง หรือที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคในพื้นที่ที่แพลอยน้ำนั้นตั้งอยู่ โดยคุณเพียงยื่นคำร้องพร้อมเอกสารหลักฐานที่ครบถ้วนตามที่ระบุ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและผลการตรวจแพ หากผ่านเกณฑ์ก็จะดำเนินการออกใบอนุญาตใหม่ให้ต่อไป



ค่าธรรมเนียม การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ

สำหรับค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำนั้น จะมีอัตราที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และลักษณะการใช้งานของแพลอยน้ำ ผู้ยื่นคำขอควรสอบถามอัตราค่าธรรมเนียมที่แน่นอนจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคในพื้นที่โดยตรงก่อนการยื่นคำขอ



ต้องไปขอใบอนุญาตสร้างแพลอยน้ำที่ไหน?

หน่วยงานหลักในการยื่นเรื่องคือ กรมเจ้าท่า (จท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาตการตั้งสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและการใช้เรือ โดยคุณสามารถติดต่อได้ 2 ช่องทางหลัก คือ

  1. กรมเจ้าท่า (ส่วนกลาง): สำหรับพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

  2. สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค: สำหรับแพลอยน้ำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยติดต่อที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ



คำถาม (FAQs) ที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ

หลายท่านอาจมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีเฉพาะของการขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบมาไว้ให้คุณแล้ว


ถ้าเป็นแพส่วนตัวเล็ก ๆ ไว้พักผ่อน ต้องขออนุญาตไหม?

โดยทั่วไปแล้วแพลอยน้ำส่วนตัว แม้จะเล็ก ก็ยังถือเป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและต้องยื่นขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำที่กรมเจ้าท่า (จท.) อยู่ดี เนื่องจากมีการใช้พื้นที่สาธารณะและส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและความมั่นคงแข็งแรง


ถ้าแพอยู่ในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ต้องขอที่ไหน?

หากแพลอยน้ำตั้งอยู่ในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำที่ไม่ใช่พื้นที่ของกรมเจ้าท่าโดยตรง คุณจะต้องติดต่อหน่วยงานเจ้าของพื้นที่นั้น ๆ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) หรือกรมชลประทาน เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่น้ำนอกเหนือจากการขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำจาก จท.


แพร้านอาหารมีข้อกำหนดพิเศษอะไรบ้าง?

แพร้านอาหารมีข้อกำหนดพิเศษเพิ่มเติม คือต้องขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (จากท้องถิ่น) และต้องมีระบบจัดการน้ำเสียและสุขาภิบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อควบคุมมลพิษทางน้ำ


ถ้าใบอนุญาตหมดอายุแล้วยังไม่ต่อทันทีจะมีปัญหาไหม?

การใช้งานแพลอยน้ำหรือแพโดยสารที่ใบอนุญาตหมดอายุถือว่าเป็นการใช้งานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และอาจถูกปรับหรือมีคำสั่งให้รื้อถอนได้ทันที ดังนั้นควรรีบดำเนินการต่ออายุโดยเร็วที่สุด



สรุป

การขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจสร้างแพลอยน้ำทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น แพร้านอาหาร แพพัก หรือ แพโดยสาร ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด การเตรียมเอกสารขออนุญาตสร้างแพลอยน้ำและการปฏิบัติตาม 5 ขั้นตอนหลัก ๆ ตั้งแต่การยื่นแบบแปลนถึงการตรวจสภาพแพ จะช่วยให้คุณได้รับใบอนุญาตใช้งานอย่างถูกต้องจากกรมเจ้าท่าและหน่วยงานท้องถิ่น การดำเนินการตามกฎหมายไม่เพียงแต่ทำให้คุณใช้งานแพได้อย่างสบายใจ แต่ยังช่วยส่งเสริมความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อมทางน้ำอย่างยั่งยืนอีกด้วย

Flotilla Technology (โฟลทิลลา เทคโนโลยี) เราคือผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีการก่อสร้างทางทะเล ผู้เชี่ยวชาญแพลตฟอร์มทุ่นลอยน้ำ HDPE คุณภาพสูงและระบบป้องกันชายฝั่งที่ได้รับสิทธิบัตรใน 33 ประเทศ ด้วยมาตรฐานการผลิตจากญี่ปุ่น หากสนใจผลิตแพลอยน้ำ บ้านลอยน้ำ หรือนวัตกรรมทางทะเลอื่น ๆ ติดต่อเราได้ที่

ไลน์: LINE

เฟซบุ๊ก: FACEBOOK

โทร: 065 535 7896

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page